The Second Amendment สิทธิของประชาชน สร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมอาวุธปืน : ตอนที่ 2

The Second Amendment สิทธิของประชาชน สู่ระบบนิเวศอุตสาหกรรมอาวุธปืน
The Second Amendment (การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่สองของสหรัฐฯ) เริ่มต้นจากแนวคิดพื้นฐานว่า "ประชาชนมีสิทธิ์ในการปกป้องตนเอง" ไม่ได้ส่งผลเพียงเป็นการรับรองสิทธิในการครอบครองอาวุธเท่านั้น แต่ยังได้ขยายตัวกลายเป็นระบบนิเวศขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงทั้งอุตสาหกรรมอาวุธ การฝึกยุทธวิธี และการสร้างอาชีพหลังปลดประจำการของเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐอื่นๆที่ใช้อาวุธ ระบบนี้เองที่เรียกว่า "Firearms Ecosystem" ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจ ความมั่นคง และคุณภาพชีวิตของผู้เกี่ยวข้องกับวงการอาวุธทั้งหมด ตั้งแต่ภาคอุตสาหกรรมไปจนถึงภาคประชาชน
ผลักดันอุตสาหกรรมอาวุธและอุปกรณ์ยุทธวิธีให้เติบโตอย่างยั่งยืน
บริษัทผู้ผลิตอาวุธอย่าง Colt, Remington Arms, Winchester, Smith & Wesson, Daniel Defense, Trijicon, EOTech, SureFire, Safariland และ LMT ล้วนเริ่มต้นจากการผลิตเพื่อกองทัพ ก่อนจะต่อยอดสู่ตลาดพลเรือนภายใต้กรอบของ The Second Amendment ตลาดภาคประชาชนจึงกลายเป็นแรงผลักสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีอาวุธปืนสมัยใหม่ อุปกรณ์ optics เครื่องช่วยเล็ง เสื้อผ้าอุปกรณ์ทางยุทธวิธี และอุปกรณ์เสริมที่ถูกพัฒนาอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังดึงองค์ความรู้ใหม่ๆจากต่างประเทศทั่วโลกให้เข้ามาลงทุนภายในสหรัฐเพื่อเข้าถึงตลาดพลเรือนและตลาดจากกองทัพซึ่งคาดหวังที่จะสร้างผลตอบแทนมหาศาล อย่างบริษัทจากยุโรป เช่น Glock, Aimpoint, FN, และ SIG Sauer เป็นต้น
ตลาดอาวุธพลเรือนในสหรัฐฯ จึงเป็นแรงขับสำคัญของอุตสาหกรรมอาวุธปืนและอุปกรณ์ทางยุทธวิธี (tactical gear) พัฒนาเวอร์ชันเชิงพาณิชย์เพื่อตอบสนองผู้ใช้พลเรือนที่ต้องการสินค้าคุณภาพ ทำให้เกิดการลงทุน การวิจัยเทคโนโลยีใหม่ และการสร้างงานในวงการมหาศาล ทั้งนี้ยังรวมไปถึงธุรกิจต่อเนื่อง เช่น ศูนย์ฝึก ยิงปืนแข่งขัน สนามยิงในร่ม-กลางแจ้ง ร้านค้า tactical shop ไปจนถึงสื่อด้านอาวุธปืนที่เติบโตเป็นวัฒนธรรมเฉพาะกลุ่ม
อีกทั้ง ภาคเอกชนมีโอกาสพัฒนาโดยไม่ต้องพึ่งพิงงบประมาณจากรัฐเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการมีทางเลือกในการมองหาตลาดนอกเหนือจากการจัดซื้อจัดจ้างจากหน่วยงานรัฐ ทำให้เกิดผู้ประกอบการหน้าใหม่สามารถนำวิสัยทัศน์และนวัตกรรมเข้ามาแข่งขันในตลาดพลเรือนโดยไม่ต้องพึ่งพาจากงบประมาณเพียงอย่างเดียว อย่างเช่น Magpul, Leupold, Blackhawk, 5.11 Tactical เป็นต้น และเมื่อผลิตภัณฑ์ได้รับการยอมรับจากสาธารณะ ภาครัฐก็สามารถจัดซื้อจัดจ้างมาใช้ในหน่วยงานได้อีกโดยไม่ต้องสนับสนุนงบประมาณเพื่อการวิจัยให้รายใดรายหนึ่งที่ขาดการแข่งขันในการของบวิจัยพัฒนา
เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการฝึกและความรู้ด้านอาวุธอย่างถูกต้อง
เมื่อประชาชนมีสิทธิในการถืออาวุธตามรัฐธรรมนูญ จึงเกิดความต้องการฝึกอบรมอย่างปลอดภัยและเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการยิงปืนป้องกันตัว การแข่งขัน การใช้งานเชิงยุทธวิธี หรือการดูแลรักษาอาวุธอย่างถูกวิธี ส่งผลให้สหรัฐฯ มีศูนย์ฝึก โรงเรียนยิงปืน และสถาบันฝึกยุทธวิธีจำนวนมาก ซึ่งหลายแห่งก่อตั้งและบริหารโดยอดีตทหารหรือตำรวจที่นำประสบการณ์จริงมาถ่ายทอดต่อสู่ภาคประชาชน สิ่งนี้จึงเกิดวัฒนธรรมใหม่ที่เรียกว่า Responsible Gun Ownership การถืออาวุธอย่างมีวินัย มีจิตสำนึก และเข้าใจหน้าที่ของผู้ถือครอง
สร้างอาชีพหลังเกษียณให้กับเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ
หนึ่งในผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดของระบบนิเวศนี้คือ การเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ที่เกษียณปลดประจำการสามารถใช้ทักษะเดิมต่อยอดในภาคเอกชน
อดีตเจ้าหน้าที่จำนวนมากผันตัวมาเป็นครูฝึก (Instructor), ที่ปรึกษาด้านความปลอดภัย (Security Consultant), ผู้บริหารสนามยิงปืน, ผู้พัฒนา หรือเจ้าของบริษัทอาวุธ อุปกรณ์ทางยุทธวิธี การฝึกอบรมทางยุทธวิธี self-defense ที่จำหน่ายหรือให้บริการประชาชนโดยตรง ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นได้เพราะมี สิทธิพื้นฐาน ที่อนุญาตให้พลเรือนสามารถฝึกและใช้อาวุธอย่างถูกกฎหมาย
ระบบนี้ช่วยให้ผู้ที่เคยรับราชการสามารถต่อยอดทักษะจากประสบการณ์ปฏิบัติงานจริงสู่ภาคเอกชนได้โดยตรง ไม่ต้องออกจากวงการที่ตนเชี่ยวชาญ และยังสร้างรายได้ต่อเนื่องหลังปลดประจำการ ทั้งยังช่วยรักษาความรู้ทางยุทธวิธีไว้ในสังคมให้ดำรงอยู่ต่อไป
เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่กับสังคมพลเรือน
The Second Amendment ทำให้เกิด "จุดร่วม" ระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ เพราะทั้งสองฝ่ายต่างเข้าใจการใช้อาวุธและความรับผิดชอบที่มาพร้อมกัน เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ การฝึกอบรมร่วมกัน และความเข้าใจต่อกันในเชิงความมั่นคง
สิ่งนี้ช่วยลดช่องว่างระหว่าง "ผู้บังคับใช้กฎหมาย" กับ "ผู้ถืออาวุธเพื่อป้องกันตนเอง" ทำให้เกิดวัฒนธรรมแห่งการเคารพซึ่งกันและกัน และสร้างความไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชนในระยะยาว
สร้างฐานทางวัฒนธรรมให้แนวคิด "Citizen Warrior" เติบโต
หัวใจของ The Second Amendment คือการยอมรับว่า "ประชาชนคือแนวป้องกันด่านแรกของประเทศ" ไม่ใช่เพียงผู้ที่รอรับการคุ้มครองจากรัฐ ดังนั้นการฝึก การพัฒนาอาวุธ และการส่งต่อความรู้ยุทธวิธีจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมพลเมือง หรือที่เรียกว่าแนวคิด Citizen Warrior ทำให้ผู้ที่มีประสบการณ์ในกองทัพและตำรวจยังคงมีบทบาทสำคัญต่อสังคมแม้หลังเกษียณ - ในฐานะผู้สอน ผู้ปกป้อง และผู้นำทางจิตวิญญาณของ "เสรีภาพที่มีวินัย" เกิดแนวคิดที่ว่า "ความมั่นคงของรัฐเริ่มต้นจากพลเมืองที่มีวินัย"
สรุปได้ว่า The Second Amendment ไม่ได้เป็นเพียงกฎหมายว่าด้วยสิทธิในการถืออาวุธ
แต่คือรากฐานของอุตสาหกรรม การฝึกอบรม และการถ่ายทอดความรู้ที่เชื่อมโยงระหว่างรัฐ ประชาชน และผู้ปฏิบัติงานทางยุทธวิธีเข้าด้วยกันอย่างสมดุล เสรีภาพในแบบที่มี ความรับผิดชอบ เป็นหัวใจสำคัญของการดำรงอยู่ของวงการนี้จนถึงทุกวันนี้
และนี่เองคือจุดเริ่มต้นของตอนถัดไป ที่เราจะพูดถึงว่า Citizen Warrior พลเรือนนักรบคืออะไร และทำไมแนวคิดนี้ถึงเป็นหัวใจของสังคมอเมริกันยุคใหม่
TAC MASTER


